คู่มือฉบับสมบูรณ์: การจำกัดขนาด Cache ของแอป Spotify บน macOS
ผู้ใช้งาน Mac หลายคนอาจเคยประสบปัญหาพื้นที่เก็บข้อมูลเต็มอย่างไม่ทราบสาเหตุ และหนึ่งในตัวการที่มักถูกมองข้ามคือ Cache ของแอป Spotify ซึ่งถ้าคุณเป็นคนที่ชอบฟังเพลงหรือพอดแคสต์บ่อยๆ ขนาดของโฟลเดอร์ Cache อาจพุ่งสูงถึงหลายกิกะไบต์ (GB) บทความนี้จะเจาะลึกวิธีการจัดการและจำกัดขนาด Cache ของ Spotify บน macOS อย่างละเอียดครับ
ทำไมถึงควรจัดการ Cache ของ Spotify?
- คืนพื้นที่ว่างให้ Mac: การจำกัด Cache จะช่วยให้ฮาร์ดดิสก์หรือ SSD มีพื้นที่ว่างเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
- ยืดอายุการใช้งาน SSD: ลดการเขียนไฟล์ชั่วคราว (Write Cycle) ที่ไม่จำเป็นลง
- แก้ปัญหาแอปทำงานผิดปกติ: บางครั้งไฟล์ Cache ที่สะสมหรือเสียหายอาจทำให้แอปค้างหรือโหลดเพลงช้า
วิธีที่ 1: การล้าง Cache เบื้องต้นผ่านการตั้งค่าของแอป
วิธีนี้ทำได้ง่ายที่สุดและปลอดภัยที่สุด แต่อาจจะต้องคอยเข้ามาทำเรื่อยๆ เมื่อรู้สึกว่าพื้นที่เริ่มเต็ม เนื่องจากไม่ได้เป็นการจำกัดขนาดสูงสุดแบบถาวร
- เปิดแอป Spotify บน Mac ของคุณ
- คลิกที่รูปโปรไฟล์ของคุณบริเวณมุมขวาบน แล้วคลิกเลือก Settings (การตั้งค่า)
- เลื่อนลงมาหาหัวข้อ Storage (พื้นที่เก็บข้อมูล)
- คุณจะเห็นขนาดพื้นที่ที่ Cache กำลังใช้งานอยู่ ให้คลิกที่ปุ่ม Clear cache (ล้างแคช)
- กดยืนยันในหน้าต่างป๊อปอัปอีกครั้งเพื่อลบข้อมูล
วิธีที่ 2: ขั้นสูง - การตั้งค่าจำกัดขนาด Cache อย่างถาวรผ่านไฟล์ Prefs
หากคุณไม่อยากมาคอยกดล้าง Cache บ่อยๆ คุณสามารถป้อนคำสั่งเพื่อบังคับให้ Spotify จำกัดขนาด Cache สูงสุดได้ (เช่น ไม่ให้เกิน 2GB) โดยการแก้ไขไฟล์ตั้งค่า (Preferences) ของระบบโดยตรง
- ปิดการทำงานของแอป Spotify อย่างสมบูรณ์ (คลิกขวาที่ไอคอน Spotify บน Dock แล้วเลือก Quit)
- เปิดหน้าต่าง Finder ขึ้นมา
- บนแถบเมนูด้านบนของหน้าจอ ให้คลิกที่เมนู Go จากนั้นกดปุ่ม
Option(⌥) บนคีย์บอร์ดค้างไว้ คุณจะเห็นเมนูที่ชื่อว่า Library โผล่ขึ้นมา ให้คลิกเข้าไปเลยครับ - เข้าไปที่โฟลเดอร์ตามเส้นทางนี้:
Application Support->Spotify - ในโฟลเดอร์นี้ ให้ค้นหาไฟล์ที่ชื่อว่า
prefs(โดยปกติจะไม่มีนามสกุลไฟล์) - คลิกขวาที่ไฟล์
prefsเลือก Open With แล้วเลือกแอป TextEdit - เมื่อไฟล์ข้อความเปิดขึ้นมา ให้เลื่อนลงมาที่บรรทัดล่างสุด แล้วพิมพ์คำสั่งนี้เพิ่มเข้าไป:
storage.size=2048 - ตัวเลข
2048คือการกำหนดขนาดสูงสุดในหน่วยเมกะไบต์ (MB) ซึ่งจะเท่ากับ 2GB พอดี คุณสามารถปรับตัวเลขนี้ได้ตามต้องการ (เช่น1024สำหรับ 1GB) - กดปุ่ม
Cmd + Sบนคีย์บอร์ดเพื่อบันทึกไฟล์ แล้วปิดโปรแกรม TextEdit ได้เลย - เปิดแอป Spotify ขึ้นมาใช้งานตามปกติ ตั้งแต่นี้ไปแอปจะจัดการลบ Cache เก่าๆ ออกอัตโนมัติเมื่อขนาดไฟล์ใกล้ถึงขีดจำกัดที่คุณตั้งไว้
การตั้งค่าเพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้สามารถใช้งาน Spotify ได้อย่างสบายใจ โดยไม่ต้องกังวลว่ามันจะแอบกินพื้นที่ Mac จนหมดครับ